Friday, October 10, 2008

Khun Jongrak Chothirak, AD and merchandise Assistant Manager of Toshiba Thailand and the party visit various project of The Foundation at Lampang Camp1 and 2.
ทางบริษัทโตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด นำโดยคุณจงรักษ์ โชติรักษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการแผนกโฆษณาและส่งเสริมการขาย คุณบุหงา โชติรักษ์ หัวหน้าแผนกโฆษณาและส่งเสริมการขาย คุณเจษฎา ศักดิ์เศรณี และคุณอลงกรณ์ เพ่งเมือง เจ้าหน้าที่ จากบริษัทโตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เข้าเยี่ยมชมโครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ จังหวัดลำปาง (แคมป์ 1 และ แคมป์ 2)

Then our field staff install solar cell.

จากนั้นก็เริ่มทำฐานโซล่าเซลล์ และที่วางเครื่องควบคุมรั้วไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ซึ่งอยู่ใกล้กับแผงโซล่าเซลล์ดังภาพ

Our field staff, Lampang is preparing the place to build a solar cell panel for charging batteries to electric fence.

เจ้าหน้าที่ภาคสนามลำปางกำลังช่วยกันถางพื้นที่เพื่อทำแผงโซล่าเซลล์ผลิตไฟฟ้าสำหรับรั้วไฟฟ้าอ่างแม่ปู

Thursday, October 09, 2008

CAT donates 2 Million baht,Please click this link to watch clip's new and read an article

Dr. Sumet Tantivejkul, Chairman of The Foundation and Khun Sivaporn Dardarananda, Secretary-General of The Foundation attend to announcement ceremony "CAT Telecom Public Company Limited join elephant back to the wild Project". Khun Sathit Limpongpan President of CAT and Khun Pisan Jouphochaaudom, Director of CAT give a cheque for 2,000,000 baht to release 2 elephants on September 9 2008.
บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าว บริจาคเงินจำนวน 2 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อช้างเข้าร่วมโครงการคืนช้างสู่ป่าเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โดยมี คุณสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการ กสท และ คุณพิศาล จอโภชนาอุดม กรรมการ กสท เป็นตัวแทนมอบเช็คให้กับ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ และ คุณศิวะพร ทรรทรานนท์ เลขาธิการมูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2551 ณ ห้องรับรอง 3 อาคารบริหาร 2 บริษัท กสท โทรคมนาคม สำนักงานใหญ่


Exhibition about CAT join The Foundation in elephant back to the wild project was held by CAT Telecom Public Company Limited in announcement ceremony on October 9, 2008. นิทรรศการที่จัดในงานแถลงข่าวของ กสท โทรคมนาคม ณ อาคารบริหาร 2 บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) วันที่ 9 ตุลาคม 2551

Wednesday, October 08, 2008

Female wild boar in Sublangka Forest gave birth a lot of piglets. แม่หมูป่าในป่าซับลังกาพาลูกน้อยออกมาเดินเล่น

Tuesday, October 07, 2008

Second Group

Second group of candidate came from Sakon Nakorn Province Mr. Pravit Jaroensuk (Above) and Mr.Klongsak wongsrila(Bottom). They are being trained same as the first group.
ผู้สมัครคัดเลือกเข้าทำงานกับมูลนิธิฯ ชุดที่ 2 จำนวน 2 คนได้แก่นายประวิทย์ เจริญสุข (ภาพบน) และ นายคลองสัก วงศรีลา (ภาพล่าง) ได้ผลัดเปลี่ยนมาเข้ารับการฝึก ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2551 เป็นเวลา 1 เดือน

Training

Candidates were trained in various importance task which is necessary to work with The Foundation. ผู้สมัครคัดเลือกได้รับการฝึกในด้านต่างๆ ที่จะมีประโยชน์และเพิ่มทักษะในการทำงานสำหรับผู้ที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามต่อไป

Monday, October 06, 2008

Pang Thongbai, Pang Boonmeenan and they invite Seedor Sombat to go out of area pass through rice field to have some salt lick which is the rice field belong to Mr. Keawloon Jaijan. The Foundation paid for it 1,500 baht. Then our field staff brought them back to the wild in Doi Phamaung.

พังทองใบ พังบุญมีน่าน และสีดอสมบัติ หลุดออกนอกพื้นที่เพื่อมากินดินโป่ง บริเวณอ่างเก็บน้ำแม่ปู โดยช้างได้เดินลัดเลาะผ่านบริเวณที่เจ้าหน้าที่ภาคสนามกำลังสร้างแนวรั้วไฟฟ้าอยู่ และผ่านนาข้าวของนายแก้วลูน ใจจันทร์ ทางมูลนิธิฯ ได้ชดใช้ค่าเสียหายไปเป็นจำนวนเงิน 1,500 บาท ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำช้างทั้งสามไปปล่อยไว้ในป่าดอยผาเมือง บริเวณลำห้วยดอนหวานเรียบร้อยแล้ว

Our field staff is surveying area to build an electric fence which they planed and pointed in Google Earth Program. This electrict fence (Mae Poo Reservoir Project) will prevent our elephants to go out of area to have some salt lick in rice farm.
เจ้าหน้าที่ภาคสนามสำรวจพื้นที่ที่จะสร้างแคมป์แม่ปู ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับอ่างเก็บน้ำแม่ปู ตามจุดพิกัดบนแผนที่ Google earth

Mud bath

Our elephant (Pang Morakot and Plai Sukhum) enjoy play the mud after raining. An elephant's is very sensitive, mud baths to protect it from burning, as well as from insect bites and moisture loss. ช่วงฝนตก พังมรกตและพลายสุขุม ก็เล่นโคลนอยู่ในป่าอย่างสนุกสนาน

Friday, October 03, 2008

Pang Pansa Pang Phetchra and Plai Boriboon

Our elephants are happy as they play together in the creek.

พังพรรษา พังเพชรา และพลายบริบูรณ์ลงเล่นโคลนในลำห้วยนาช้างแพ้ ดูช้างทั้งสามมีความสุขมาก

Pang Saithong and Pang Gonthong is healthy too because of they have a lot of various food and have a nice atmosphere.

พังสายทอง ก้อนทอง ก็มีสุขภาพดีเช่นกัน

Plai Phat (our bull elephant) is walking around Mae Pon Creek after our field staff let them free roam.

ขณะนี้เราปล่อยพลายพัทธ์ให้เป็นอิสระโดยพลายพัทธ์จะเดินเล่นอยู่บริเวณลำห้วยแม่ป๋อน

Our elephant : Plai Somnuk has a good health.

พลายสมนึกร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์มาก

Our field staff met Pang Deejai in Mae Yao National Reserve Forest, Camp1.

พังดีใจอาศัยอยู่ในบริเวณเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ยาว แคมป์ 1

Thursday, October 02, 2008

"Elephant Grow the Forest" Lead Tree

Lead tree grows to about 6m and has been planted extensively throughout the tropical world to provide cattle fodder, shade and firewood. It has leaves composed of many leaflets, creamy-yellow rounded flowers and flattened seed pods. Propagation is from seed. It is valued as a high protein tree. http://www.weeds.org.au/cgi-bin/weedident.cgi?tpl=plant.tpl&ibra=all&card=E28

Leaves are bipinnately compound and are up to 10 inches long, and have 11 - 17 pairs of leaflets. Leaflets are small and exist opposite each other. Flowers are white and occur in 0.5 - 1 inch diameter heads with peduncles (stems of flowers) 2 - 2.5 inches long. Seeds occur in clusters of 5 - 20 pods (4 - 6 inches long) per flower head and contain 8 - 18 seeds per pod.http://www.galvbayinvasives.org/Guide/Species/LeucaenaLeucocephala ชื่อ กระถินไทย ชื่ออื่น กระถิน กระถินบ้าน กะเส็ดโคก กะเส็ดบก ตอเบา สะตอเทศ สะตอเบา ผักก้านถิน ผักหนองบก กันเชด (เขมร) กระถินดอกขาว กระถินหัวหงอก กิถินน้อย กะตง ชื่อวิทยาศาสตร์ Leucaena leucocephala de Wit. วงศ์ LEGUMINOSAE ชื่อสามัญ lpil – lpil , Lead Tree. แหล่งที่พบ พบทั่วไปของทุกภาค ประเภทไม้ ไม้พุ่มกึ่งไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น เป็นไม้พุ่มยืนต้นสูง 3-5 เมตร ลำต้นแก่สีน้ำตาล ขรุขระ และมักหลุดเป็นขุยออกมา ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ยาว 15-30 ซม. แตกออกเป็นช่อใบย่อย 3-10 คู่ ยาวประมาณ 10 ซม. ใบมีขนาดเล็กคล้ายใบมะขาม จำนวน 5-20 คู่ รูปขอบขนานปลายแหลมยาว 6-12 มม. กว้าง 1.5-5 มม. ดอก เป็นช่อขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือ กลมฟูสีขาวมีกลิ่นหอมเล็กน้อย ผล เป็นฝักแบนยาว 12-18 ซม. กว้างประมาณ 2 ซม. มีเมล็ด 15-30 เมล็ด สีเขียว เมื่อแก่จัดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

"Elephant Grow the Forest" Cluster fig

Cluster fig is a sort of evergreen arbor tree. It could grow as tall as 25-30 meters with a chest diameter of 60-90 cm. It has numerous fruits and the fruits often hang in the branches in strings. Besides, the fruits have different colors in different period of growth; sometimes they are red, sometimes yellow, and sometimes green and sometimes blue; and most people are fond of them. When ripen, the fruits are sweet and tasty, and make people gloat over them. Cluster fig trees are mainly grown in Guangxi, Yunnan, and Guizhou; they like to grow in humid districts, and are often seen in areas along rivers and streams; and we can also find them in India, Srilanka, Nepal, Vietnam and Thailand etc. http://www.kepu.net.cn/english/banna/banyanblossom/ban04.html มะเดื่ออุทุมพร ชื่ออื่นๆ มะเดื่อชุมพร(กลาง) มะเดื่อเกลี้ยง(เหนือ กลาง) เดือน้ำ(ใต้) มะเดื่อ(ลำปาง) มะเดื่อเกลี้ยง(เหนือ) หมากเดื่อ(อุดรธานี-อีสาน) กูแซ (แม่ฮ่องสอน-กะเหรี่ยง) ชื่อวิทยาศาสตร์ Ficus racemosa Linn วงศ์ MORACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำต้น ไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 10-20 เมตร ลำต้นเกลี้ยง มีสีน้ำตาลหรือน้ำตาลปนเทา กิ่งอ่อนสีเขียวหรือสีเขียวปนน้ำตาล กิ่งแก่มีสีน้ำตาลเกลี้ยงหรือมีขนปกคลุม ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกแบบสลับ ใบบางรูปไข่ หรือรูปหอก กว้าง 4-16.5 ซม. ยาว 12-30 ซม. ขอบใบเรียบปลาย ใบแหลม ฐานใบมนหรือ กลม ผิวใบเกลี้ยงหรือมีขนปกคลุม หูใบเป็นรูปหอก ไม่หลุดร่วงง่าย ดอก เป็นช่อดอกแบบ hypanthodium มีก้านเกิดเป็นกลุ่มบนกิ่งสั้นๆ แตกตามลำต้น, กิ่ง ผล รูปกลมแป้นหรือรูปไข่ กลีบอ่อนสีเขียว ม้วนปกคลุม แก่สีแดง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3.5-4 ซม. ส่วนที่ใช้และการใช้ประโยชน์ ช่อดอกอ่อนและผลอ่อน รับประทานเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริก ช่อดอกและผลอ่อน รสจืด ช่วยลดความร้อนในร่างกาย

"Elephant Grow the Forest" Wild Banana

กล้วยป่า ชื่ออื่น กล้วยเถื่อน กล้วยเถื่อนน้ำมัน กล้วยลิง กล้วยหม่น ชื่อวิทยาศาสตร์ Musa acuminata Colla. วงศ์ MUSACEAE ชื่อสามัญ - แหล่งที่พบ พบทุกภาคของประเทศ ประเภทไม้ ไม้ล้มลุก ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น เป็นพืชล้มลุกลำเทียมสูงประมาณ 2.5-3.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางต่ำกว่า 15 ซม. กาบลำต้นด้านนอกมีปื้นดำ มีนวลเล็กน้อย ส่วนด้านในสีแดง ใบ ใบชูค่อนข้างตรงก้านใบสีชมพูอมแดงมีจุดดำ มีครีบ เส้นกลางใบสีเขียว ก้านช่อดอกมีขนอ่อนๆ มาก ใบประดับค่อนข้างยาวปลายแหลม ด้านบนสีม่วงอมแดงมีนวล ด้านล่างที่โคนสีแดงซีด เมื่อใบกาง ตั้งขึ้นจะเอนไปด้านหลังและม้วนงอเห็นได้ชัด การเรียงของใบประดับบนช่อดอกไม่ค่อยซ้อนมาก และจะมีลักษณะนูนที่โคนของใบประดับเห็นเป็นเส้นชัดเจน เมื่อใบประดับหลุดออก ดอก ดอกย่อยมีก้านดอกสั้น ผลจึงมีก้านสั้นและมีขนาดเล็ก ผล รูปร่างของผลมีหลายแบบแตกต่างกันไปตามชนิดย่อย บางชนิดย่อย บางชนิดมีผลโค้งงอ ผลมีเนื้อน้อยสีขาวรสหวาน มีเมล็ดจำนวนมากสีดำ ผนังหนาแข็ง ประโยชน์ ทางยา ยาง สมานแผลห้ามเลือด ผลดิบ แก้ท้องเสีย ผลสุก เป็นยาระบายสำหรับผู้ที่เป็น โรคริดสีดวงทวาร หัวปลี แก้โรคเกี่ยวกับลำไส้ แก้โรคโลหิตจาง ลดน้ำตาลในเส้นเลือด

"Elephant Grow the Forest" Stinking passion flower

Stinking passion flower is a climbing vine, densely covered in soft, sometimes sticky hairs. Leaves can have 3–5 pointed lobes, and are between 3–10 cm long. The typical passionfruit-like flowers have cream petals, white, pink or purple centres, and are 3–5 cm across.Unlike commercial passionfruits, the fruits on this species are dry orange berries, 1–3 cm across, and enclosed in prickly outer leaves (bracts). As its name suggests, the whole plant has an unpleasant smell.This plant tolerates arid ground, but favours wet areas. It is known to be an invasive species in some areas http://www.treknature.com/gallery/Asia/Thailand/photo53167.htm กะทกรก ชื่ออื่น : รกช้าง (ระนอง) หญ้ารกช้าง (พังงา) รุ้งนก (เพชรบูรณ์) ผักบ่วง (สกลนคร) ยันฮ้าง (อุบลฯ) ชื่อวิทยาศาสตร์ Passiflora foetida Linn. วงศ์ PASSIFLORACEAE ชื่อสามัญ - แหล่งที่พบ พบทั่วไปทุกภาค ประเภทไม้ ไม้เถาเลื้อย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น เป็นไม้เถาเลื้อยมีมือเกาะเกี่ยวต้นไม้อื่น ลำต้นกลมสีเขียวมีขนสีทองอ่อนนุ่มปกคลุมทั่วไป ใบ ใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ขอบใบเว้าเป็น 3 แฉก และเป็นจักปลายแหลม ผิวใบมีขนอ่อน กว้าง ประมาณ 4 ซม. ยาว 5 ซม. ดอก ดอกเดี่ยวสีขาว วงในลักษณะเป็นเส้นลมสีม่วง ที่โคนปลายสีเทา ผล ผลกลม เมื่อสุกสีเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 ซม. มีรกหุ้มสีเขียวอ่อน ประโยชน์ สรรพคุณทางยา ยาบำรุงหัวใจ (ทั้งต้น) แก้โรคเหน็บชา โดยสับตากแดดแล้วต้มกิน ใช้หนึ่งกำมือ/น้ำ 3 แก้ว ต้มในเหลือ 2 แก้ว ยาถ่ายพยาธิใช้ตำบีบเอาน้ำคั้นมาดื่ม

"Elephant Grow the Forest"

 
ส้มกบ ชื่ออื่น อุโลก ลาตา ลุ ส้มลุ สังเหาะ ส้มเห็ด ชื่อวิทยาศาสตร์ Hymenodictyon excelsum Wall. วงศ์ RUBIACEAE ชื่อสามัญ - แหล่งที่พบ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ประเภทไม้ ไม้ยืนต้น ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10 – 30 เมตร ผลัดใบเรือนยอดแผ่กิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มกลมโปร่ง ลำต้นตั้งตรง กิ่งแขนงแตกออกจากลำต้นเป็นวงรอบที่ปลายกิ่ง มีใบรวมกันเป็นกระจุก เปลือกลำต้นหนาสีน้ำตาลปนเทาบางทีมีสีเทาปนน้ำตาล ใบ ใบเดี่ยว รูปมนแกมรูปไข่กลับ ขนาดกว้าง 5 – 9 ซม. ยาว 10 – 19 ซม. ออกเป็นคู่ตรงข้ามกันและแต่ละคู่ค่อนข้างหยักคอดเป็นติ่งสั้น ๆ เนื้อใบบาง ใบอ่อนออกสีแดงเรื่อ ๆและมีขนนุ่มทั้ง 2 ด้าน ใบแก่เกลี้ยงหรือเกือบเกลี้ยงมีสีเขียว เส้นแขนงใบมี 7 – 9 คู่ ก้านใบยาว 6 ซม. ดอก สีขาวหรือสีขาวนวล ออกดอกเป็นช่อยาวตามปลายกิ่ง แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก โคนช่อดอกจะมีกาบพิเศษรูปใบพาย 1 คู่ เชื่อมติดกันปลายแยกเป็น 5 กลีบ กว้าง 3 – 5 ซม. ยาว 6 – 8 ซม. ก้านกาบนี้ยางพอ ๆ กับก้านใบ ผล รูปทรงกลม ขนาดเล็ก ผิวผลแข็งบาง สีน้ำตาลแดง ขนาด 1 x 3 ซม. ปลายผลชี้ลงโคนช่อ เมื่อแก่จะปริแตกออกจากกัน เมล็ดมีครีบหรือปีกบาง ๆ ประโยชน์ เปลือกต้น แก่น แก้ไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ ราก แก้ไข้พิษ แก้ร้อนในกระหายน้ำ
Posted by Picasa

"Elephant Grow the Forest" Tamarind

English name: Tamarind , Indian Date ,Thai name: Ma Khaam The tree can grow to about 25 meters high, with very small leaves of even-pinnate, alternate and oblong shapes. Its flowers are brownish yellow with reddish purple lines. It has oblong, and curved pod. When ripen, its pulp is brown and its stones are dark brown. Its laxative pulp contains tartaric and citric acid. This is considered a good ingredient for Thai food. Its leaf and twig has sour taste. Tamarind preparations are recognized as refrigerants in fevers and as laxatives and carminatives. The pulp is considered effective as a digestive, a remedy for biliousness and bile disorders, and an antiscorbutic.The pulp mixed with salt is used as a liniment for rheumatism. The bark yields the alkaloid, hordenine. http://www.thaiherbsplus.com/html/tamarind_ma_khaam_fabaceae_tamarindus_indica_linn_p1.html มะขามชื่ออื่น : มะขามไทย ตะลูบ ม่องโคล้ง มอดเล ส่ามอเกล หมากแกง อำเปียล บักขาม ขามใต้ มะขามกะดาน มะขามขี้แมว ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tamarindus indica Linn. วงศ์ : CAESALPINIACEAE ชื่อสามัญ : Tamarind แหล่งที่พบ : พบทั่วไปของทุกภาค ประเภทไม้ : ไม้ยืนต้น ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ต้น : เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขาตรงส่วนยอดของต้น ต้นใหญ่แข็งแรงมาก สูงประมาณ 7 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อน ขรุขระและหนาแตกสะเก็ดเป็นร่องเล็กๆ ใบ : เป็นใบประกอบใบเล็กออกเป็นคู่เรียงตามก้านใบ ประมาณ 10-18 คู่ ลักษณะใบย่อยเป็นรูปขอบขนานปลายใบและโคนใบมน กว้าง2.5 มม. มีสีเขียวเข้ม ดอก : ออกเป็นช่อเล็กๆ อยู่ตามบริเวณปลายกิ่ง ช่อหนึ่งจะมีดอกประมาณ 10-15 ดอก มีกลีบเล็กเป็น สีเหลืองและมีจุดประสีแดงอยู่ตรงกลางดอก ผล : เป็นฝักรูปร่างยาวหรือโค้ง ยาว 5-20 ซม. กว้าง 1-2 ซม. ฝักอ่อนมีเปลือกสีเขียวอมเทาหรือน้ำตาลเกรียมเนื้อในติดกับเปลือก เมื่อแก่ฝักเปลี่ยนเป็นเปลือกแข็ง เปราะ กรอบ หักง่าย สีเทาอมน้ำตาล หรือสีน้ำตาล ในผลมีเนื้อเยื่อแรกๆ เป็นสีเหลืองอ่อนแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหุ้มเมล็ด เมล็ดค่อนข้างกลม ผิวเปลือกเกลี้ยงสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม เรียงเป็นแถวอยู่ภายในฝัก

Wednesday, October 01, 2008

A picture from Google Earth show the 1 kilometre-electric fence boundary at Mae Poo Reservoir , Lampang.

ภาพแผนที่แสดงการทำแนวรั้วไฟฟ้าบริเวณอ่างเก็บน้ำแม่ปู ซึ่งมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร

Our field staff, Lampang are building sufficiency economy electric fence between Mae Poo Reservoir and Mae Yao Reservoir.

เจ้าหน้าที่ภาคสนามลำปาง กำลังดำเนินการสร้างรั้วไฟฟ้าแบบพอเพียง ตามแนวอ่างเก็บน้ำแม่ปู ไปจนถึงอ่างเก็บน้ำแม่ยาว

our elephants at Lampang camp :Pang Phetchara and Plai Boriboon are biting on Phradoo or Pterocarpus macrocapus's bark deliciously.

Phradoo or Pterocarpus macrocarpus, scientific name is Pterocapus indicas Willd. The tree is recommended as an ornamental tree for avenues and for a shade. The hard wood, which is reddish used as dyeing color Bark is used for diarrhea medicine.Can eat both flowers and young leaves while leaf infusions are used as shampoo.

พังเพชรา และพลายบริบูรณ์ กำลังแทะกินเปลือกไม้ต้นประดู่กันอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งต้นประดู่ มีชื่ออื่นเรียกว่า ดู่บ้าน (เหนือ) ประดู่กิ่งอ่อน (กรุงเทพ ฯ ) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pterocarpus indicas Willd. ประโยชน์ ปลูกเป็นไม้ให้ร่มเงา เป็นไม้ประดับ เนื้อไม้แก่นสีแดงทำมาเป็นสีย้อม เปลือกแก้ท้องเสีย ใบและดอกอ่อนรับประทานเป็นผัก น้ำต้มจากใบใช้เป็นยาสระผม

Our field staff are pumping water from dredged reservoir to keep in reserve.
เจ้าหน้าที่ภาคสนามลำปาง กำลังช่วยกันสูบน้ำที่ขุดลอกจากอ่างแม่ยาว เพื่อนำน้ำขึ้นไปเพื่อใช้งาน