Thursday, January 31, 2008

The picture of Asiatic jackal were taken by our field staff, Somporn Junkong เื่มื่อคืนวันที่ 30 มกราคม 2551 เจ้าหน้าที่ภาคสนามจังหวัดลพบุรี(นายสมพร จุ่นคง)ถ่ายภาพสุนัขจิ้งจอกไว้ได้
Khun Suraphol Jareanrat(white shirt), PR Director of National park, Wildlife and Plant Conservation Department visits The Foundation at Sublangka. นายสุรพล เจริญรักษ์ ผู้อำนวยการส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช (เสื้อสีขาว)พร้อมด้วยนายวสันต์ กล่อมจินดา หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา เข้าชมช้างในพื้นที่โครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ มูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ

Tuesday, January 29, 2008

Pang Lampang Grunts at F-16s

Royal Thai Airforce F-16 squadron from the Korat airbase makes daily low level sorties over Sublangka Wildlife Sanctuary. The elephants do not like the sound of the planes. We witnessed Pang Lampang make a series of nasty grunts at the planes. ฝูงบิน F-16 ของกองทัพอากาศ (คาดว่ามาจากฐานทัพอากาศ กองบิน1 จ.นครราชสีมา) ได้ฝึกบินต่ำ เป็นประจำ เหนือพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ซึ่งช้างทั้งหลายไม่ชอบเสียงดังของเครื่องบินนี้ เราเป็นพยานได้ เมื่อเครื่องบินบินผ่าน พังลำปางได้ส่งเสียงคำรามหลายครั้งเนื่องจากไม่ชอบเสียงเครื่องบิน

Monday, January 28, 2008

EGAT Visits Our Sufficiency Economy Electric Fence

Khun Nanthapol Chitsin from EGAT and his staff survey the electric fence's boundary line at Sublangka wildlife Sanctuary. คุณนันทพล ชิดสิน ผู้บริหารระดับ 11 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิศวกร ฝ่ายออกแบบการก่อสร้าง ฝ่ายสำรวจพื้นที่ก่อสร้าง ฝ่ายก่อสร้างและฝ่ายประชาสัมพันธ์ เข้าดูพื้นที่แนวสำรวจสร้างรั้วไฟฟ้าป้องกันช้าง ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะเข้ามาดำเนินการก่อสร้างแนวรั้วไฟฟ้าป้องกันช้างให้ทางมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ ตามโครงการคืนช้างสู่ป่าเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ณ พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา จังหวัดลพบุรี

Electric Fence at Sublangka รั้วไฟฟ้าที่ซับลังกา

kkklh;lkklll;;lkkl;kl;lll;l;l;l;;l;lmhmmhfmfhhkjm
Khun Sivaporn Dardarananda, Secretary General of Elephant Reintroduction Foundation visits EGAT and Khun Sombat Santijaree, Governor of Electricity Generating Authority of Thailand at his office on January 25, 2008. In a meeting also attended by Khun Sineenat Sittiratanarangsee (Deputy Governor-Account and Finance), Khun Chalotorn Hansakwong (Assistant Governor -Services) and Khun Viwat Saeneemanomai (Assistant Governor- Transmission System Engineering), Khun Sombat promised to be the sponsor of 3 elephants by EGAT (1 elephant on EGAT name and 2 elephants on staff's EGAT name). Also he said EGAT will undertake to build the electric fence for Sublangka Wildlife Sanctuary. เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2551 คุณศิวะพร ทรรทรานนท์ เลขาธิการมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ เข้าพบคุณสมบัติ ศานติจารี ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ณ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ถ.จรัญสนิทวงศ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดยมีคุณสินีนาถ สิทธิรัตนะรังษี (รองผู้ว่าการบัญชีและการเงิน กฟผ) คุณชโลทร หาญศักดิ์วงศ์ (ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหาร กฟผ.) และคุณวิวัฒน์ เสนีย์มโนมัย (ผู้ช่วยผู้ว่าการวิศวกรรมระบบส่ง กฟผ.) เข้าร่วมในการเจรจาครั้งนี้ด้วย ซึ่งคุณสมบัติ ศานติจารี ได้มีมติเห็นชอบและแจ้งให้มูลนิธิฯ ทราบว่า ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ยินดีรับเป็นผู้ดำเนินงานเรื่องการจัดทำรั้วไฟฟ้า ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา จังหวัดลพบุรี และเพื่อเป็นการสนับสนุน "โครงการคืนช้างสู่ป่าเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา" จึงเห็นควรให้การสนันสนุนเงินสำหรับการจัดหาช้างจำนวน 3 เชือก เข้าร่วมกับโครงการฯ ดังกล่าวด้วย โดยจะบริจาคในนามของ "การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย"จำนวน 1 เชือก และในนามของ "พนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย" จำนวน 2 เชือก

Sunday, January 27, 2008

Poachers' Traps and Snares

This is other kind of the snare. 2 pictures above are unused snare and 2 below are used snare. ภาพบ่วงดักสัตว์อีกชนิดหนึ่ง โดย 2 ภาพบนเป็นภาพบ่วงดักสัตว์ที่ยังสมบูรณ์อยู่ ส่วน 2 ภาพล่างเป็นภาพบ่วงดักสัตว์ที่ได้มีการใช้งานแล้ว
A snare which the villager has placed at the edge of Sublangka forest. บ่วงดักสัตว์ที่ถ่ายจากชายป่าซับลังกา ซึ่งชาวบ้านใช้ดักสัตว์ที่แนวเขตไร่ของชาวบ้านที่ติดกับแนวเขตป่าซับลังกา

Sufficiency Economy Electric Fence Repaired

Lopburi field staff is repairing our hand made electric fence which was made in 2007. เจ้าหน้าที่ภาคสนาม จ. ลพบุรี ช่วยกันซ่อมแนวรั้วไฟฟ้าแบบพอเพียงที่ทางมูลนิธฯิได้จัดทำขึ้นเมื่อปี 2550 เพื่อเป็นต้นแบบการป้องกันช้าง

Thursday, January 24, 2008



M.R. Jiyakorn Sesavej, Director and Treasurer and Khun Sivaporn Dardarananda, Director and Secretary General of Elephant Reintroduction Foundation welcome Dr. Sukhum and Khun Maevadee Navaphan who are donating Plai Sukhum to The Foundation to join "Celebration of His Majesty The King's 80th Birthday Anniversary" at Doi Phamuang Wildlife Sanctuary on January 23, 2008.
ดร. สุขุม และคุณเมธ์วดี นวพันธ์ ให้การสนับสนุนโครงการ "คืนช้างสู่ป่าเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา" โดยการบริจาคช้างชื่อพลายสุขุม อายุ 9 ปี จำนวน 1 ตัว เพื่อถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2551 ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง จังหวัดลำปาง โดยมีคุณศิวะพร ทรรทรานนท์ และม.ร.ว. จิยากร เสสะเวช ให้การต้อนรับ

Wednesday, January 23, 2008

The Pictures were taken by Trail Sentry Camera which our field staff has installed in Sublangka forest. ภาพถ่ายสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านกล้อง Trail Sentry ที่ทางเจ้าหน้าที่ภาคสนาม จ.ลพบุรี ติดตั้งไว้
The pictures from Trail Sentry Camera. ภาพถ่ายจากกล้อง Trail Sentry ที่ถ่ายภาพสัตว์ไว้ได้

Thursday, January 17, 2008

Plai Chalard and Pang Haudee are drinking water. พลายฉลาดและพังหัวดีกำลังกินน้ำอย่างมีความสุข video

Wednesday, January 16, 2008

The musth symptom of Plai Tomyumkung is over, so our field staff move him to live near Pond 1 at MaeYao National Reserve Forest. เมื่อวันที่ 13 - 14 มกราคม 2551 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ภาคสนามว่าน้ำมันของพลายต้มยำกุ้งแห้งสนิท เจ้าหน้าที่ทุกคนจึงช่วยกันย้ายพลายต้มยำกุ้งมาไว้ใกล้ๆ สระ 1 ในพื้นที่ของเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ยาว จังหวัดลำปาง
Pang Eurng Luang decides she will go out to the villager's banana farm and eat some banana trees. The foundation paid the villager for the 20 banana trees and brought her back to the forest.
ในขณะที่เรากำลังปรับพฤติกรรมของพังเอื้องหลวง ช้างตัวใหม่ของมูลนิธิฯ พังเอื้องหลวงได้หลุดเดินเที่ยวเล่นเข้าไปในสวนกล้วยของชาวบ้าน ใกล้ๆ กับแคปม์ 2 จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม พังเอื้องหลวงได้กินต้นกล้วยของชาวบ้านไปประมาณ 20 ต้น จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้พาพังเอื้องหลวงเข้าป่าเพื่อปรับพฤติกรรมเช่นเดิม
The elephant's hospital at Lampang Camp is making the movable pulley for elephants.
เราได้ทำการติดตั้งรอกสามขา สำหรับพยุงช้างไว้ในโรงพยาบาลช้างของเราที่แคมป์ 1 ลำปาง เพื่อช่วยเหลือช้างที่ป่วย อีกทั้งรอกนี้ยังสามารถเคลื่อนย้ายเข้าไปในป่าเพื่อช่วยเหลือช้างที่อยู่ในป่าได้อีกด้วย
Every year Camp1, Lampang face the problem of lacking water in the hot summer. Our field staff is making the water supply and join the water pipe from tank. เนื่องจากขณะนี้ใกล้เข้าสู่ฤดูแล้ง ซึ่งบริเวณแคมป์ 1 จังหวัดลำปางมักจะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่ม น้ำใช้ เจ้าหน้าที่ภาคสนามจึงช่วยกันทำแท็งค์สำหรับพักน้ำสำหรับใช้ และต่อท่อเพื่อความสะดวกแก่การใช้งาน

Monday, January 14, 2008

Plai Chalad and Plai Suthas are enjoy playing together. พลายฉลาดและพลายสุทัศน์กำลังเล่นซนกันอย่างมีความสุขในป่าซับลังกา
Plai Suthas พลายสุทัศน์
Plai Somchai, Naughty young boy in Sublangka forest. พลายสมชายหนุ่มน้อยแสนซนประจำป่าซับลังกา

Sunday, January 13, 2008



The Foundation places donation boxes at the Cattle: Ransom from Slaughter Ceremony, Ayudhaya มูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาตินำตู้รับบริจาคไปร่วมรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาที่มาร่วมงานไถ่โคกระบือ จ.พระนครศรีอยุธยา

Saturday, January 12, 2008

After Khun Parichat has received the new camera from Khun Pichai, she and the field staff installed them in the Sublangka forest for tracking wild animal behavior. กล้อง Bushnell ตัวใหม่ที่สามารถถ่ายภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืนโดย ไม่มีแฟลชรบกวนสัตว์เวลาที่ทำการถ่ายภาพ โดยทางมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติได้นำมาติดตามพฤติกรรมของช้างและสัตว์อื่น ๆ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา จังหวัดลพบุรี เพื่อที่จะได้ภาพที่เป็นประโยชน์ในการศึกษาและวิจัยต่อไป
Khun Pichai, Chairman of Field Operations, goes to Chaibadan to give Khun Parichat two new Trail Sentry cameras with infrared night vision so that wild animals can be photographed without using flash photography. Here he briefs Khun Parichat on the operations of the camera. คุณพิชัย ประธานคณะดำเนินงานภาคสนาม เดินทางไปอำเภอชัยบาดาลเพื่อมอบกล้อง Trail Sentry จำนวน2 ตัว แก่คุณปาริชาติ ซึ่งกล้องตัวใหม่นี้จะใช้อินฟาเรดช่วยในการถ่ายภาพสัตว์ตอนกลางคืนโดยไม่ต้องใช้แสงแฟลช ซึ่งจะมีข้อดีที่ทำให้สัตว์ไม่ตื่นจนหนีไป ภาพนี้ คุณพิชัยกำลังสอนสรุปการทำงานของกล้องแก่คุณปาริชาติ

Thursday, January 10, 2008

The Pictures of wild boar, hog deer and deer were taken by Bushnell Camera in Sublangka wildlife Sanctuary. They came to have some salt lick that our field staff made. ภาพถ่ายหมูป่า เนื้อทรายและกวาง ที่กล้อง Bushnell ถ่ายได้ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา โดยสัตว์ทั้งหมดเข้ามากินโป่งเทียมที่เจ้าหน้าที่ภาคสนามมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติได้ทำไว้

Viverra Zibetha- Indian Civet

Above is drawing of Indian Civet. Please look at our photo sighting and determine yourself if it is an Indian civet(viverra zibetha) or Malay (oriental) civet(viverra tangalunga)! Anyway it should be a very rare animal in Thailand at this time. ภาพวาดข้างบนนี้คือชะมดแผงสันหางปล้อง กรุณาดูที่ภาพของเราที่ถ่ายได้จากป่าซับลังกาและลองตัดสินว่าเป็นชะมดแผงหางปล้องหรือชะมดมาเลย์ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงแสดงว่า ภาพที่เราถ่ายได้ จะเป็นสัตว์ที่หายากในประเทศไทยในขณะนี้

Oriental Civet: Viverra Tangalunga.

Drawing of a Oriental Civet - Viverra tangalunga. Civets of the genus Viverra are the most dog-like in appearance, with long legs and rather canine heads and muzzles. Based on data for the large spotted civet, Viverra megaspila, which is closely related to the Malabar large spotted civet (and considered by some to be conspecific), it probably weighs 8 - 9 kg (18 - 20 lb). ภาพวาดชะมดมาเลย์ ชะมดประเภทหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายสุนัข มีขายาว มีหัวและปากคล้ายสุนัข มีลักษณะคล้ายกับชะมดแผงสันหางดำ(Viverra megaspila)ซึ่งมีสายพันธุ์ใกล้ชิดกับชะมด พันธุ์ Malabar large spotted ซึ่งมีน้ำหนัก ประมาณ 8-9 กิโลกรัม

Large Indian or Oriental Civet is Photographed in Sublangka Wildlife Reserve

Our Auto-Camera take the picture of Large Indian Civet or Viverra zibetha in Sublangka Forest.It is about 75-85 cm long, excluding the 38-46 cm tail. It has a grizzled greyish brown, with white and black bars along their neck (usually two white stripes and three black stripes), stripes on the tail, and a white muzzle. กล้อง Bushnell ถ่ายภาพสัตว์ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาไว้ได้ โดยสัตว์ตัวนี้มีชื่อชะมดแผงหางปล้อง ชื่อสามัญ : LARGE INDIAN CIVET ชื่อวิทยาศาสตร์ : Viverra zibetha เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง รูปร่างลักษณะ : ปลายจมูกถึงโคนหาง 75-85 ซม. หาง 38-46 ซม. เป็นชะมดขนาดใหญ่ หางลายปล้องสลับสีขาวดำ ปล้องสีขาวเชื่อมกันเป็นวงสมบูรณ์ อกและข้างคอมีแถบสีดำ-ขาว คอยาว มีขนเป็นสัน สีดำพาดยาวจากท้ายทอยผ่านคอไปสิ้นสุดที่โคนหาง ข้างลำตัว ต้นขาและขาหลังมีลายแถบสีขาวดำปะปนกันไป ไม่มีจุด (ข้อมูลจากหนังสือคู่มือการจำแนกสัตว์ป่า ISBN 974-92625-5)

Wednesday, January 09, 2008

Pang Morakot looked for Plai Sukhum untill tried so she stoped at Pond 1 to have some water. พังมรกตเดินมาตามหาพลายสุขุม และก็แวะกินน้ำในสระ 1
Plai Sukhum is travelling alone near Pond 1 at Mae Yao National Reserve Forest. พลายสุขุมเดินเที่ยวเล่นบริเวณลานพิธิปล่อยช้าง ใกล้ๆ กับสระ 1 จังหวัดลำปาง

Sunday, January 06, 2008

video Video Clip of Plai Chomphol when he is drinking water. พลายชุมพลกำลังกินน้ำในลำสนธิ
On January 4, 2008 Mr.David and Mrs.Jill Taylor who used to worked for WWF visited The Foundation, Lampang. They are pleased with our operation. เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2551 น.สพ.สิทธิเดช มหาวังสกุล ได้นำคณะของ Mr.David Taylor และ Mrs. Jill Taylor เข้ามาเยี่ยมชมมูลนิธิฯ จังหวัดลำปาง ซึ่งทั้งสองท่านเคยทำงานให้กับโครงการ WWF มาก่อน ทั้งสองท่าน ชื่นชมในโครงการ และการดำเนินงานของมูลนิธิฯ เป็นอย่างมาก

Thursday, January 03, 2008

 

 Bank of Ayudhya Public Company donates one million baht to the Elephant Reintroduction Foundation. Dr. Sumet Tantivejkul, Chairman of the Foundation, receives a cheque from Khun Tan Kong Khoon, President & CEO of Bank of Ayudhya Public Company. ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ รับมอบเงินบริจาค จำนวน หนึ่งล้านบาท จากคุณตัน คอง คูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด (มหาชน) ณ มูลนิธิชัยพัฒนา

Wednesday, January 02, 2008

Plai Sudjai passed away

After Plai Sudjai had been sick for 2 months, he suddenly died on January 2, 2008 around 02.00 - 03.00 AM. The Foundation is very sadden to learn that. An autopsy was conducted by Mor Yeaw and Mor Pap and found that all internal organs were in good condition. However, the infection in his left tusk which had been formerly treated had returned and spread to his skull bone structure and may be the main cause of his sickness and death. ในคืนวันที่ 2 มกราคม 2550 เวลาประมาณ 02.00 น. - 03.00 น. พลายสุดใจได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ หลังจากทางมูลนิธิฯ ได้ทำการรักษาอาการป่วยของพลายสุดใจอยู่เป็นเวลานานเกือบสองเดือน ด้านสัตวแพทย์ หมอเหยี่ยวและหมอแป๊บได้ตรวจสอบอวัยวะภายในไปพบว่าปกติดี แต่เมื่อหลายเดือนก่อนได้มีการรักษาอาการงาอักเสบโดยนำเศษงาออกมา ต่อมาอาจมีการติดเชื้อภายในทำให้เป็นหนองในรากงา จนเป็นเหตุให้พลายสุดใจเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ ทุกคนรู้สึกเสียใจกับการจากไปของพลายสุดใจอย่างยิ่ง